นิ่วในไต อีกหนึ่งโรคร้าย ที่ทุกคนควรระวัง

นิ่วในไต อีกหนึ่งโรคร้าย ที่ทุกคนควรระวัง

นิ่วในไต อีกหนึ่งโรคร้าย ที่ทุกคนควรระวัง โรคนิ่วนั้นมักเริ่มต้นเกิดในไต และต่อมาเลื่อนตำแหน่งไปยังกรวยไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะ หากนิ่วมีขนาดเล็กก็จะสามารถหลุดออกเองได้ ในช่วงเวลาที่ผู้ป่วยปัสสาวะ แต่ถ้านิ่วมีขนาดใหญ่ก็จะไปอุดตันตามตำแหน่งต่างๆ

นิ่วในไต อีกหนึ่งโรคร้าย ที่ทุกคนควรระวัง

สาเหตุของโรคนิ่ว

นิ่วในไต อีกหนึ่งโรคร้าย

เกิดจากหลายปัจจัย อาทิ ทางด้านสิ่งแวดล้อม เมแทบอลิซึมพันธุกรรม วิถีการดำเนินชีวิต และอุปนิสัยการกินอาหารของตัวผู้ป่วยเอง

1.กรรมพันธุ์ >> โรคหลายชนิดที่มีการถ่ายทอดทางพันธุกรรม และมีผลต่อการเกิดนิ่งทางเดินปัสสาวะ
2.อายุ >> พบมากในกลุ่มวัยทำงาน อายุ 40 – 60 ปี
3.เพศ >> พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง 2-3 เท่า
4.อาหาร >> ชนิดและปริมาณอาหารมีผลต่อการขับสารบางชนิดออกมาในปัสสาวะที่มีทั้งสารก่อให้เกิดนิ่งและสารยับยั้งการเกิดนิ่ว นิ่วเกิดได้อย่างไร !! นิ่วเกิดจาก “สารก่อนิ่ว” ที่มีอยู่ในปัสสาวะของเรา ได้แก่ แคลเซียม ฟอสเฟต ยูเรต ออกซาเลต ในภาวะที่มีปริมาณผิดปกติและสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยสาร เหล่านี้จะรวมตัวกัน กระทั้งกลายเป็นก้อนผลึกแข็ง เมื่อสะสมนานวันเข้าก็มีขนาดใหญ่ขึ้น และกลายเป็นก้อนนิ่ว ที่เข้าไปอุดตันที่บริเวณต่างๆ ของระบบทางเดินปัสสาวะ สารที่ป้องกันการก่อให้เกิดผลึกในปัสสาวะเรียกว่า “สารยับยั้งนิ่ว” ที่สำคัญได้แก่ ซิเทรต โพแทสเซียม และแมกนีเซียม
5.ปริมาณน้ำที่ดื่ม>> เป็นปัจจัยสำคัญของการเกิดนิ่ว ทางปัสสาวะ ถ้าดื่มน้ำน้อยกว่า 2 ลิตร/วัน โอกาสการนิ่วจะสูงขึ้น
6.ยาที่รับประทานบางชนิด
7.ภาวะติดเชื่อในระบบทางเดินปัสสาวะ
8.ความผิดปกติทางกายวิภาคของระบบทางเดินปัสสาวะ

นิ่วที่พบมากที่สุดในประเทศไทย คือ นิ่วแคลเซียมฟอสเฟต คิดเป็นประมาณร้อยละ 80 ซึ่งรองลงมา คือ นิ่วกรดยูริก โดยพบได้ประมาณร้อยละ 10-20
อาการของโรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะ

ลักษณะอาการของนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ

จะขึ้นอยู่กับขนาดของนิ่ว และตำแหน่งที่นิ่วนั้นอุดอยู่ รวมถึง นิ่วนั้นอุดทางเดินปัสสาวะมากน้อยเพียงใด หากอาการอยู่ในช่วงระยะแรก ร่างกายของเราอาจขับก้อนนิ่วออกมา ได้เองทางปัสสาวะ ซึ่งจะพบตะกอนเหมือนก้อนกรวดเล็กๆ ปนออกมาพร้อมกับปัสสาวะ แต่เมื่อใดก็ตามที่ก้อนนิ่ว มีขนาดใหญ่ขึ้นจะมีการอุดตันที่มากขึ้น ก่อให้เกิดการเสียดสี ส่งผลสู่การบาดเจ็บ มีเลือดออก ทำให้ปัสสาวะมีสีแดงขึ้น จากเลือดหรือบางกรณีมีสีเหมือนน้ำล้างเนื้อ

1.อาการปวด จากนิ่วอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ โดยอาจมีอาการปวดบริเวณบั้นเอว หรือ บริเวณท้องขึ้นอยู่กับตำแหน่งนิ่ว
2.มีปัสสาวะแสบ ขัด และปัสสาวะลำบาก
3.มีปัสสาวะเป็นเลือด พบได้ถึงร้อน 80-90 ของผู้ป่วย
4.ปัสสาวะขุ่นเป็นผลคล้ายชอล์ก เนื่องจาก การตกตะกอนของสารที่เป็นส่วนประกอบของนิ่ว
5.การติดเชื้อ การอุดกั้น ของนิ่วทำให้ปัสสาวะคั่งค้าง ในระบบทางเดินปัสสาวะ ทำให้เกิดการติดเชื้อ มีไข้ หากมีอาการมาก อาจพบปัสสาวะขุ่นมีหนองปนและกลิ่นเหม็น
6.ปัสสาวะไม่ออก กรณีที่เป็นนิ่วบริเวณท่อปัสสาวะ
7.ไม่มีน้ำปัสสาวะ กรณีที่มีภาวะอุดตันของไต อย่างรุนแรงทั้งสองข้าง
8.อาการแทรกซ้อน เช่น อาการคลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร และท้องอืด

นิ่วในไต อีกหนึ่งโรคร้าย

อาการของนิ่วในไต หรือท่อไต

มีจะลักษณะอาการปวดตรงบริเวณเอวด้านหลังที่เป็นตำแหน่งของไต เวลาที่ก้อนนิ่ว หลุดมาอยู่ในท่อไต ผู้ป่วยจะมีอาการปวดชนิดที่รุนแรงมาก เหงื่อตก และเกิดเป็นพักๆ บางรายปัสสาวะอาจมีเลือดหรือเป็นสีน้ำล้างเนื้อร่วมด้วย แต่ถ้านิ่วลงมาอุดบริเวณที่ท่อไตต่อกับกระเพาะปัสสาวะ ผู้ป่วยจะมีอาการระคายเคืองเวลาปัสสาวะ อยากปัสสาวะ แต่ปัสสาวะขัด หากปล่อยให้เป็นนิ่วไปนานๆ โดยมิได้รับการรักษา จะทำให้ไตเกิดการบาดเจ็บเรื้อรัง ส่งผลให้ไตมีรูปร่าง และทำงานผิดปกติมากยิ่งขึ้น ซึ่งนำไปสู่ภาวะไตวายในที่สุด

อาการของนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ

ปัสสาวะขัด สะดุด ไม่สะดวก ถ่ายเจ็บ บางครั้งออกกะปริดกะปรอย หรือออกเป็นหยดขุ่นๆ หรือสีขาวเหมือนมีผงแป้ง บางครั้งมีเลือดหรือเป็นสีน้ำล้างเนื้อ นอกจากนี้อาจมีสิ่งที่คล้ายกรวดทรายปะปน มากับปัสสาวะได้ ทั้งนี้ถ้านิ่วไปอุดท่อทางเดินปัสสาวะก็จะทำให้เกิดการอยากถ่ายปัสสาวะอยู่เสมอ แต่ไม่สามารถถ่ายได้ออก

การรักษา โรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ

ปัจจุบันมีการรักษาหลายวิธี โดยแพทย์จะพิจารณาโดยอาศัยข้อมูลเรื่องชนิดและขนาดของนิ่ว ตำแหน่งของนิ่ว ความแข็งของนิ่ว ไตบวมมากหรือน้อย การอักเสบของไต พิจารณาแล้ววิเคราะห์เลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม ในแต่ละราย บางท่านอาจจะเหมาะสมที่จะรักษาด้วยการสลายนิ่ว แต่บางท่านไม่เหมาะสมที่จะสลายนิ่ว อาจรักษาได้ด้วยวิธีอื่นๆ เริ่มจาก

1.การรักษาตามอาการ กรณีนิ่วมีขนาดเล็ก กว่า 4 มม. โดยจะแนะนำให้คนไข้ดื่มน้ำมากๆ เพื่อให้นิ่วหลุดออกเองและตามผลอย่างสม่ำเสมอ
2.การรักษาทางยา เหมาะในรายที่เป็นนิ่วขนาดเล็กในไตหรือท่อไต ลักษณะกลม เรียบ มีอาการปวดไตน้อย ไม่อักเสบรุนแรง
3.การเจาะเพื่อดูดเอานิ่วอออกหรือการสลายนิ่ว ซึ่งเป็นวิธีรักษานิ่วที่ไม่ต้องผ่าตัดสำหรับผู้ป่วยที่นิ่วมีขนาดไม่เกิด 2 ซม. การรักษาด้วยการสลายนิ่วด้วยเครื่อง SHOCKWAVE เหมาะสำหรับนิ่วในไต หรือ ท่อไตขนาดปานกลาง โตไม่เกิน 2 เซนติเมตร
4.การผ่าตัด ได้แก่การผ่าตัดแบบเปิดแผล หรือการผ่าตัดโดยวิธีการส่องกล้อง วิธีการเหมาะสำหรับนิ่วที่มีขนาดใหญ่ เช่น นิ่วในท่อไตที่ติดแน่น นิ่วเขากวางในไต รวมไปถึงผู้ป่วยที่มีอาการอักเสบรุนแรง ซึ่งต้องรีบขจัดนิ่วออก ผู้ป่วยที่มีไตเสื่อมมากแล้ว เป็นต้น
การรักษาด้วยการใช้กล้องส่อง เข้าไปคีบ ขบ กรอนิ่ว เหมาะสำหรับนิ่วในกระเพาะปัสสาวะและท่อไต ผู้ป่วยไม่มีแผลผ่าตัด สามารถสอดกล้องเข้าไปตามท่อปัสสาวะได้เลย*
ทั้งแพทย์และ ผู้ป่วยจะต้องปรึกษา และเลือกวิธีการต่าง ๆ เหล่านี้ ร่วมกัน เพื่อจะได้เข้าใจถึงเหตุผลที่แพทย์เลือกวิธีนั้นๆ ในการรักษา

แนวทางการป้องกันการเกิดโรคนิ่ว

1.ดื่มน้ำมากกว่าวันละ 8 แก้ว หรือให้ได้ปริมาตรของปัสสาวะมากกว่า 2 ลิตรต่อวัน เพื่อลดความอิ่มตัวของสารก่อนิ่วในปัสสาวะ และลดการก่อผลึกนิ่วที่อาจเกิดขึ้นได้ในระบบทางเดินปัสสาวะ
2.รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ มีสารอาหารครบถ้วนและสัดส่วนเหมาะสม โดยเฉพาะอาหารจำพวกผักและผลไม้
3.ลดอาหารที่มีเนื้อสัตว์ ไขมันสัตว์ อาหารหวานและเค็มมาก และอาหารที่มีกรดยูริกสูง

4 Application ที่เหมาะสำหรับคนหลับยาก อาการตื่นนอนยากเป็นปัญหารที่กังวลใจของใครหลาย ๆ คน เพราะว่าคุณอาจจะพลาดโอกาสในวันที่สำคัญ และหมดเวลา ไปกับช่วงเวลาในตอนเช้า แต่ปัญหาเหล่านี้จะถูกแก้ไขด้วย Application เหล่านี้

Close
Menu