10 ประเทศ 10 ที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด!!!สำหรับสายเที่ยว

10 ประเทศ 10 ที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด!!!สำหรับสายเที่ยว

                ในโลกของเรามีสถานที่ ท่องเที่ยว สวยๆรอให้นักท่องเที่ยวได้ไปเยือนและสัมผัสเสน่ห์ของมันมากมาย ซึ่งแต่ละสถานที่สวยงามจนทำให้ผู้คนหลั่งไหลไปสัมผัสความสวยงามของมัน และหากใครคิดว่าดูแค่เพียงรู้ภาพก็เพียงพอแล้ว ท่านอาจคิดผิดอย่างสุดเพราะการได้ไปสัมผัสด้วยตนเองมันได้อารมณ์และความประทับมากกว่าเพียงแค่การมองผ่านรูปภาพพ วันนี้เราจึงคัด 10 ประเทศ 10 ที่ ท่องเที่ยว ที่ไม่ควรพลาด!!!สำหรับสายเที่ยว

            1. The Faroe Islands

                เป็นหมู่เกาะในทวีปยุโรป ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของมหาสมุทรแอตแลนติก ระหว่างสกอตแลนด์ นอร์เวย์ และไอซ์แลนด์ หมู่เกาะแฟโรเป็นเขตการปกครองตนเองของเดนมาร์ก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2491 โดยมีสถานภาพเหมือนกับกรีนแลนด์ มีอำนาจในการปกครองตนเองทุกด้าน ยกเว้นด้านการต่างประเทศและการทหาร(ไม่มีกองทัพ มีเพียงตำรวจและหน่วยลาดตระเวนชายฝั่งเท่านั้น) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวติดอันดับในเรื่องของทัศนียภาพที่งดงามเป็นอันดับต้นๆ หากดูภาพรวมจะพบว่าในแต่ละเกาะมีทั้งหุบเขา หน้าผาสูงชันทั้งที่ดิ่งลงทะเล และลาดเอียงเป็นแนวเนิน จะพบว่าประชาชนทั่วไปจะสร้างอาคารที่พักอาศัยตามริมน้ำ มีอาชีพหลักเป็นประมง และตามเนินทุ่งหญ้าก็มีไว้ทำปศุสัตว์ที่เลื่องชื่อก็คือการเลี้ยงแกะนั่นเอง

10 ประเทศ 10 ที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด!!!สำหรับสายเที่ยว

                2. Hiller Lake (Pink Lake)

                ทะเลสาบฮิลลิเออร์นี้ตั้งอยู่บนเกาะมิดเดิ้ล ไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย แปลกประหลาดล้ำตรงที่ว่าน้ำในทะเลสาบแห่งนี้มีสีชมพูเหมือนนมสตรอเบอร์รี่มิลค์เชค และถึงแม้ว่าในโลกนี้ยังมีทะเลสาบสีชมพูอีกหลายแห่ง แต่ทะเลสาบฮิลลิเออร์นั้นมีความแตกต่างจากทะเลสาบสีชมพูแห่งอื่นๆ ตรงที่น้ำในทะเลสาบเป็นสีชมพูจริงๆ ไม่ได้เกิดจากการตะกอน แสงสะท้อน หรือสาหร่ายในน้ำ   สิ่งที่ทำให้ทะเลสาบแห่งนี้โดดเด่นกว่าทะเลสาบอื่นบนเกาะก็คงเป็นสีน้ำในทะเลสาแห่งนี้ที่มีสี ชมพูหวานเหมือนนมเย็น น้ำในทะเลสาบมีสีถาวรแม้ตักขึ้นมาเก็บไว้ในภาชนะสีก็ไม่จางหาย

                3. Cinque Terre

                Cinque Terre ตั้งอยู่ประเทศอิตาลี เป็นเมืองติดทะเลในเขต Liguria ซึ่งประกอบไปด้วย 5 หมู่บ้านสีลูกกวาดน่ารัก ๆ อยู่ริมทะเล ประกอบไปด้วย Monterosso al Mare, Vernazza, Corniglia, Manarola และ Riomaggiore  เอกลักษณ์ของ Cinque Terre คือบ้านเรือที่ตั้งอยู่ริมหน้าผาซึ่งมีสีสันสดใส ตัดกับสีฟ้าเทอควอยซ์ของน้ำทะเล สีฟ้าเข้มสีของท้องฟ้าและสีเขียวของภูเขาด้านหลัง ในสมัยก่อนเป็นหมู่บ้านชาวประมง หากนักท่องเที่ยวได้ไปเยือนสักครั้งบอกเลยว่าต้องหลงเสน่ห์ที่แห่งนี้แน่นอน และที่สำคัญสามารถถ่ายรู้สวยๆได้แทบจะทุกมุมเมือง

                4. Giant’s Causeway

                Giants Causeway Beach นี้เป็นชายหาดที่เต็มไปด้วยเสาหินกว่า 40,000 แท่ง และยังได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกในปี 1986 บนชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของไอร์แลนด์เหนืออีกด้วย ใครที่อยากไปเที่ยวที่นี่ต้องระวังหินทิ่มขากันสักหน่อยแต่ไม่ว่ายังไงมันก็ยังเป็นที่ท่องเที่ยวที่ต้องไปสักครั้งในชีวิต แถมถ้าหากใครมีโอกาสได้ไปเที่ยวที่ประเทศไอซ์แลนด์ยังสามารถไปล่าเสียงเหนือได้อีกด้วยบอกเลยว่าคุ้มสุด

                5. Santorini

                ซานโตรินี ( Santorini ) เกาะอันดับหนึ่งของประเทศกรีซ ( Greece ) เกาะที่ทุกคนในโลกในใฝ่ฝันว่าจะต้องไปเยือนสักครั้งในชีวิต เป็นสถานที่สวยมาก ด้วยความน่าประทับใจ และวิวแบบ unseen หาดูยาก แปลกไม่ซ้ำใครที่เกิดมาจากภูเขาไฟที่เคยระเบิดในอดีตจนกลายมาเป็นความงดงามที่แตกต่าง ซึ่งเกาะที่มีความแปลกตาด้วยบ้านสีขาว ตัดโดมหมวกสีฟ้า บ้านปลูกริมเขายื่นหันหน้าเข้าสู่ทะเล สวยจนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่แสนจะดึงดูดใจนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาสัมผัสมันสักครั้ง

                6. Yellowstone National Park

                เยลโลว์ สโตน เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของอเมริกาและแห่งแรกของโลกด้วย มีพื้นที่ทั้งหมดอยู่บนที่ราบสูงบนเทือกเขาร็อคกี้ มากกว่า 2 ล้านเอเคอร์ อีกทั้งยังมีบ่อน้ำร้อน และน้ำพุร้อนมากกว่า 10,000 แห่ง และ 250 แห่งเป็นบ่อน้ำพุร้อน นอกจากนี้ยังมีสัตว์ป่าที่น่าสนใจมากมายเช่น หมีกริซซี่ (Grizzy Bear) หมีดำ (Black Bear) ควายป่าไบซัน กวางมูส (Moose) กวางเอลค์ หากใครที่ชอบอะไรที่เกิดจากธรรมชาติแนะนำว่าไม่ควรพลาดที่นี้เพราะนอกจากจะมีน้ำพุสวยๆให้ได้ชมแล้วยังมีสัตว์ที่หาดูยากอีกมากมาย

                7. Shirakawa-go

                หมู่บ้านมรดกโลก ชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go) เป็นหมู่บ้านชาวนาที่ตั้งอยู่ในหุบเขาตามแม่น้ำโชกาวะ (Shogawa) ตั้งอยู่บนภูเขาในเขตจังหวัดกิฟูและโทยาม่า (Gifu and Toyama Prefectures) ทางตอนกลางของเกาะฮอนชู กระจายไปในแนวเหนือ-ใต้ ตามที่ราบแคบๆ ที่ขนานไปกับแม่น้ำโชกาวะ (Shokawa River) ประกอบกันถึง 16 หมู่บ้าน เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงได้รับการคัดเลือกให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก โดดเด่นด้วยอาคารแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า Gassho-zukuri สร้างด้วยวัสดุธรรมชาติ ไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว มีความเก่าแก่กว่า 300 ปี เป็นหมู่บ้านที่มีความงดงามมากโดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่หิมะตกโปรยปราย

                8. Atlantic Ocean Road

                Atlantic Ocean Road  มีความยาวทั้งสิ้น 8.3 กิโลเมตรสร้างทอดยาวไปตามเกาะแก่งต่างๆ ของนอร์เวย์ และในความสวยงามย่อมมีอะไรซ่อนอยู่นั้นก็คือความอันตราย เนื่องจากความคดเคี้ยวของถนมที่สุดแสนจะโหดและน่าทึ่งเป็นอย่างมาก ซึ่งจุดที่สูงและสวยที่สุดก็คือ Storseisundet  เป็นสะพานที่มีเส้นโค้งอย่างน่าทึ่งและสวยงาม มุมมองดูเป็นศิลปะยิ่งนัก เป็นเทคนิคของการก่อสร้างสะพานที่น่าประทับใจจริง ๆ หากใครมีโอกาสไปเที่ยวนอร์เวย์ก็อย่าลืมที่จะแวะไปเยือนสักครั้ง

                9. Tiger’s Nest Monastery 

                วัดทักซัง หรือ วัดถ้ำเสือ เป็นวัดที่โด่งดังที่สุดในภูฏาน ตั้งอยู่บนขอบของหน้าผาที่สูง 3,000 ฟุตจากระดับน้ำทะเลเหนือหุบเขาพาโร ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยพลังศรัทธาอย่างแรงกล้าในพระพุทธศาสนา และการเดินทางไปที่แห่งนี้นอกจากความเพียรแล้วต้องมีศรัทธาอันแรงกล้า เป็นดินแดนสุขาวดีแห่งความเรียบง่าย ที่เปี่ยมด้วยพลังของความเมตตา เทวสถาน สูงเสียดฟ้าท่ามกลางเมฆหมอกบริเวณเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีเสน่ห์ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาท่องเที่ยวกันไม่น้อย

                10. Salar De Uyuni

                Salar De Uyuni  เป็นพื้นที่ราบที่ประกอบด้วยเกลือจำนวนมหาศาลบนเนื้อที่ 10,582 ตารางกิโลเมตร ทะเลเกลือที่ใหญ่ที่สุดในโลก สีขาวละลานตาของ เม็ดเกลือ ตัดกับ สีฟ้าใสของนภา เกิดเป็นภาพสวยงามจับตา โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน มวลทรายปกคลุมทั่วผืนน้ำ เปรียบได้กับกระจกบานใหญ่ส่องแสงระยิบระยับ วาววับสะท้อนมนต์เสน่ห์ เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจและสวยงามมากๆ

                เป็นอย่างไรกันบ้านสำหรับ 10 ประเทศ 10 ที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด!!!สำหรับสายเที่ยว บอกเลยว่าในโลกของเรายังมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆอีกมากมายรอให้เราได้ไปสัมผัสมันเสน่ห์ของมัน…

5 อาหารไทยโบราณ..หากินยาก ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปกี่ยุคกี่สมัยอาหารโบราณก็ยังเป็นที่นิยมและที่สำคัญคือหาทานตามร้านทั่วไปได้ยากมาก เพราะด้วยความที่แต่ละเมนูนั้นต้องใช้ความประณีตในการทำเป็นอย่างมากถึงจะออกมามีรสชาติอร่อย

อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม : 7 เคล็ดลับฟันขาว แบบไม่พึ่งหมอ

Close
Menu